[คันไซญี่ปุ่น] ทริปสั้นๆ ทัวร์มรดกโลก 3 ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์พร้อมเพลิดเพลินกับชาญี่ปุ่นและสาเก

[คันไซญี่ปุ่น] ทริปสั้นๆ ทัวร์มรดกโลก 3 ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์พร้อมเพลิดเพลินกับชาญี่ปุ่นและสาเก

นี่คือเรื่องราวเกี่ยวกับสาเก ชา และรถไฟ…

เหตุผลที่ชอบคันไซก็เพราะว่าไม่ว่าไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อค่ะ และทุกครั้งที่ได้ไปเยี่ยมเยือนก็จะได้ก็พบกับสิ่งที่ไม่คาดคิดมากมาย

โอซาก้า เกียวโต นารา วาคายามะ และชิกะ ย่านคันไซน่าจะเป็นที่คุ้นเคยในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น แต่ทริปในคราวนี้เราจะเปลี่ยนมุมมองเล็กน้อย และไปเจาะลึกเกี่ยวกับสาเก ชา และมรดกโลกกันค่ะ

ในซีรีส์ “ทริปสั้นๆ ทัวร์มรดกโลกพร้อมเพลิดเพลินกับชาญี่ปุ่นและสาเก” เราได้แนะนำทั้งอาหาร ความบันเทิง และการสัมผัสประสบการณ์โดยใช้รถไฟ 3 สายใน 3 บทความ! เราจะขอแนะนำการท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่มีทั้งความคลาสสิคและความแปลกใหม่ไปในตัวให้กับเหล่าคนรักญี่ปุ่นค่ะ ออกเดินทางเพื่อเติมเต็ม “ความอยากท่องเที่ยว” ของผู้อ่าน Kansai chan Guide กันเลยค่ะ!



เต็มอิ่มกับชาอุจิและมรดกโลก Feat. รถไฟเคฮัง
(เมืองอุจิ จังหวัดเกียวโต, เมืองโอทสึ จังหวัดชิกะ)


―เมืองอุจิเป็นสถานที่แบบไหน?

ถ้าไม่มีชาก็ไม่ใช่เกียวโต ถึงแม้ภาพลักษณ์ของ “อุจิ = มัทฉะ” จะเป็นที่คุ้นเคยในทุกวันนี้ แต่จริงๆ แล้วเมืองอุจิที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดเกียวโตนั้นยังเป็นแหล่งกำเนิดของชาเขียวญี่ปุ่นอีกด้วย

ที่บริเวณใกล้เคียงกับวัดเบียวโดอินที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้น มีร้านชาเรียงรายกันอยู่มากมาย นอกจากจะสามารถเพลิดเพลินไปกับชาสำหรับดื่มได้แล้ว ยังมีดังโงะชาเขียวและขนมมัทฉะอีกด้วย

ว่ากันว่าจุดเริ่มต้นของการปลูกชาอุจิคือยุคคามาคุระเมื่อต้นศตวรรษที่ 13 หลังจากนั้นในช่วงกลางยุคเอโดะ ศตวรรษที่ 18 วัฒนธรรมการดื่มชาจากกาน้ำชาในปัจจุบันก็กลายเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป

กรรมวิธีการผลิตของอุจิที่เรียกว่า การเพาะปลูกในร่ม (การเพาะปลูกในที่ร่ม) นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยจะปลูกใบชาโดยการปิดกั้นแสงแดดไม่ให้ผ่านลงมา ซึ่งจะทำให้สามารถผลิตชาที่มีสีเขียวสดใส และมีรสชาติและความหวานที่กลมกล่อม

ชาญี่ปุ่นประกอบด้วยคาเทชิน วิตามินซี และแร่ธาตุต่างๆ จึงถูกกล่าวว่ามีคุณสมบัติในการป้องกันโรคหวัดและลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งได้ด้วยค่ะ โดยเฉพาะชาอุจิซึ่งมีธีอะนีนซึ่งเป็นส่วนประกอบของอุมามิ ทำให้มีรสชาติกลมกล่อมและแทบจะไม่มีความขมเลย จึงกลายเป็นตัวแทนของชาชั้นสูง เช่น เกียวคุโระและเทนฉะ (ใบชาที่เป็นวัตถุดิบสำหรับมัทฉะ)

อุจิเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชา เป็นที่ที่สามารถเพลิดเพลินกับอาหารและและขนมหวานจากชาอุจิได้อย่างเต็มที่ค่ะ และยังเป็นที่จับตามอง เนื่องจากตอนนี้มีการดำเนินการจดทะเบียนภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมของ “ชาอุจิ” ที่ถูกจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก!


―เมืองโอทสึเป็นสถานที่แบบไหน?

เมืองโอทสึมีลักษณะยาวจากเหนือจนถึงใต้ เลียบไปตามทะเลสาบบิวะซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นเมืองประวัติศาสตร์ซึ่งเกิดการย้ายเมืองหลวงเมื่อ 1350 ปีที่แล้วโดยจักรพรรดิเทนจิ อีกทั้งยังมีวัดและศาลเจ้าต่างๆ กระจายอยู่ทั่ว เช่น วัดฮิเอซัง เอ็นเรียคุจิ (บน) ที่มีพื้นที่เป็นภูเขาฮิเอทั้งหมดที่คร่อมอยู่ระหว่างเขตโอทสึและเขตเกียวโต และวัดวาอารามต่าง ๆ ภายในพื้นที่ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมโลก, ไปจนถึง ศาลเจ้าฮิโยชิ ไทฉะ (ล่าง) และศาลเจ้าโอมิจิงกู

หากมีโอกาสได้มาเยี่ยมชมเมืองโอทสึ จังหวัดชิกะแล้วละก็ ต้องไม่พลาดที่จะถ่ายรูปทะเลสาบบิวะด้วยค่ะ สามารถชมวิวของทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นได้จากทุกห้องพักของโรงแรมบิวาโกะ ราวกับว่าได้ครอบครองทิวทิศน์นี้ ถือว่าเป็นที่นั่งสุดพิเศษค่ะ! นอกจากนี้ยังสามารถชมวิวจากหอชมวิวบนชั้นดาดฟ้าที่อยู่ที่ชั้น 13 ได้ด้วยค่ะ

📍โรงแรมบิวาโกะ (Biwako Hotel)

ที่อยู่: 2-40 Hamamachi, Otsu City, Shiga Prefecture
การเดินทาง: เดิน 5 นาทีจากสถานีเคฮังบิวาโกะฮามะโอทสึ

ไหนๆ ก็มาเที่ยวคันไซแล้ว จะแค่ดื่มชาอุจิที่เกียวโตแล้วกลับบ้านเลยก็ไม่ได้ค่ะ! จริงๆ แล้วจังหวัดชิกะก็เป็นที่รู้จักในนามของแหล่งผลิตชามาตั้งแต่สมัยก่อน เนื่องจากมีหลายพื้นที่ที่สภาพอากาศและภูมิประเทศมีความเหมาะสมสำหรับการผลิตชา จึงมีการปลูกชาเซนฉะคุณภาพสูงในสถานที่ต่างๆ “ชาอาซามิยะ” หนึ่งในห้าชารายใหญ่ของญี่ปุ่น และ “ชาซึจิยามะ” ซึ่งได้รับรางวัลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรป่าไม้และประมง เป็นตัวแทนของชาที่ผลิตในจังหวัดชิกะเช่นกัน

ว่ากันว่าเมืองโอสึเป็นแหล่งกำเนิดชาญี่ปุ่นในจังหวัดชิกะ และในซากาโมโตะ เมืองโอสึก็มีสวนชาฮิโยชิ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นสวนชาที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น

ร้านน้ำชานาคากาวะเซเซโด (Nakakawa Seiseido Tea House) ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมบิวาโกะประมาณ 10 นาที มีเซนฉะมากกว่า 100 ชนิด และยังสามารถลองชิมชาโอมิ (โอมิ = ชื่อเดิมของชิกะ) เป็นของฝากที่จะต้องถูกใจทุกคนอย่างแน่นอนค่ะ

📍ร้านน้ำชานาคากาวะเซเซโด (Nakakawa Seiseido Tea House)

ที่อยู่: 3-1-35 Chuou, Otsu City, Shiga Prefecture
เวลาทำการ: 09:00 – 18:00
วันหยุดประจำ: วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
การเดินทาง: เดิน 5 นาทีจากสถานีเคฮังชิมะโนะเซกิ



เพลิดเพลินไปกับสาเกที่สถานที่ขึ้นชื่อสำหรับการชมดอกซากุระสุดอลังการ Feat. รถไฟคินเท็ตสึ
(อาเบะโนะบาชิ จังหวัดโอซาก้า, เมืองโยชิโนะ จังหวัดนารา)

―เมืองโยชิโนะเป็นสถานที่แบบไหน?

ที่นี่เป็นเมืองที่มีมรดกโลกและเรียวกังอายุกว่า 100 ปีอยู่ค่ะ! เราได้ไปเยี่ยมชมภูเขาโยชิโนะ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่นและมรดกโลกที่เมืองโยชิโนะในตอน “รถไฟคิงกิ นิปปง (คินเท็ตสึ) ที่เชื่อมต่อโอซาก้าและนารา”

ถึงแม้โยชิโนะเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องดอกซากุระมาก จนเมื่อพูดถึง “โยชิโนะก็นึกถึงดอกซากุระ” แต่เราจะไม่จบแค่ที่ดอกซากุระเท่านั้นค่ะ นอกจากช่วงซากุระบานและใบไม้เปลี่ยนสีแล้ว ช่วงนอกฤดูท่องเที่ยวยังเป็นโอกาสที่จะหลีกเลี่ยงฝูงชนและชมทัศนียภาพได้อย่างเต็มอิ่มค่ะ ภูเขาโยชิโนะแบ่งออกเป็นสี่พื้นที่: ชิโมะเซ็นบง, นากะเซ็นบอง, คามิเซ็นบง และโอคุเซ็นบง และภูเขาทั้งลูกยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปีค.ศ. 2004 ในฐานะ “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางแสวงบุญในเทือกเขาคิอิ” อีกด้วย สามารถเพลิดเพลินไปกับการเดินเที่ยวอาคารที่เป็นมรดกโลก เช่น วัดคิมปุเซ็นจิ

นอกจากอากาศบริสุทธิ์ตั้งแต่หัวจรดเท้าบนภูเขาแล้ว ยังสามารถลิ้มรสซูชิใบลูกพลับซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของเมืองโยชิโนะได้อีกด้วย ความลงตัวที่น่าประทับใจของซูชิและปลาซาบะและปลาแซลมอนที่มาจากทะเลรอบๆ ญี่ปุ่นที่นำมาหมักเกลือที่มีรสเค็มที่ลงตัวพอดี อย่าลืมลิ้มรองรสชาติที่จะทำให้รู้สึกอยากดื่มสาเกขึ้นมาเลยค่ะ

สำหรับคนที่มีเวลาจำกัด แต่ยังมีความรู้สึกอยากสนุกอยู่นั้น ขอแนะนำให้พักค้างคืน 1 คืนที่เรียวกัง ชุคุโบะ หรือเกสต์เฮาส์ค่ะ เมื่อเปิดประตูของเคโชโนะยะโดะ โฮอุนคัง (Hounkan) ซึ่งเปิดทำการในปีค.ศ. 1754 แล้ว จะได้ลิ้มรสอาหารไคเซกิตามฤดูกาลอย่างเต็มอิ่มแน่นอน หลังจากชื่นชมอาหารหลากสีสันที่อยู่ตรงหน้าแล้ว ก็ชนแก้วด้วยสาเกค่ะ (สาเกในวันนี้คือสาเกที่ซื้อมาจากโรงหมักสาเกมิโยชิโนะที่เชิงเขาโยชิโนะ) อาหารและสาเกที่อร่อยทำให้ดูเหมือนว่าคืนนี้ก็จะได้สนุกสนานอีกคืนค่ะ



จากเมืองช่างฝีมือทำมีดในโอซาก้าสู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนาญี่ปุ่น Feat. รถไฟนันไค
(เมืองซาไก จังหวัดโอซาก้า, เมืองโคยะ จังหวัดวาคายามะ)

 ―เมืองซาไกเป็นสถานที่แบบไหน?

สามารถเดินทางไปเมืองซาไกได้อย่างง่ายดายจากสถานีนัมบะในเมืองใหญ่ บรรยากาศดูเงียบสงบลงมาก ทั้งๆ นั่งรถไฟออกมาแค่ 10 นาทีเท่านั้น เพื่อที่จะรู้จักเมืองซาไกซึ่งเป็นเมืองสัญจรของโอซาก้านั้น นอกเหนือ“ปรมาจารย์ด้านการชงชา เซ็นโนะริคิว” แล้ว “มีดดาบ” ก็เป็นอีกคีย์เวิร์ดหนึ่งที่ควรรู้ไว้ค่ะ

ต้นกำเนิดของมีดยาสูบที่ใช้สำหรับหั่นใบยาสูบนั้นคือ “ซาไก อุจิฮะโมโนะ” ซึ่งเป็นที่รู้จักในความคมของใบมีด นอกจากจะถูกใช้ในครัวเรือนแล้ว ในปัจจุบันยังถูกยอมรับจากพ่อครัวแม่ครัวจากทั่วโลกด้วย สามารถดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์ของมีดได้ที่พิพิธภัณฑ์มีดซาไก “CUT” ที่อยู่บนชั้น 2 ของศูนย์อุตสาหกรรมการผลิตแบบดั้งเดิม (Sakai City Traditional Crafts Museum) และยังสามารถแวะทำมีดของตัวเองได้ที่ร้านวาดะโชเท็นที่อยู่ใกล้ๆ (จริงๆ แล้วช่างฝีมือเป็นคนทำประมาณ 80% ค่ะ) เป็นเมืองที่เราจะสามารถสูดอากาศเดียวกับช่างฝีมือได้ค่ะ

📍ศูนย์อุตสาหกรรมการผลิตแบบดั้งเดิม (Sakai City Traditional Crafts Museum)

ที่อยู่: 1-30 Zaimokuchonishi, Sakai-ku, Sakai-shi, Osaka
เวลาทำการ: 10:00 – 17:00
วันหยุดประจำ: วันอังคารที่สาม (หากเป็นวันหยุดราชการจะปิดทำการในวันถัดไป), วันที่ 29 ธันวาคม ถึง วันที่ 3 มกราคม, และอาจมีการปิดชั่วคราว)
การเดินทาง: เดิน 15 นาทีจากสถานีนันไคซาไก
* กำหนดจะเปิดให้บริการอีกครั้งประมาณปลายเดือนมีนาคม พ.ศ. 2022

📍ร้านวาดะโชเท็น (Wada Shoten)

ที่อยู่: 1-1-1, Shinmeichohigashi, Sakai-ku, Sakai-shi, Osaka
เวลาทำการ: 09:00 – 18:00
วันหยุดประจำ: วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะมีการจัดชั้นเรียนในวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์หากมีการจอง
การเดินทาง: เดิน 18 นาทีจากสถานีนันไคซาไก

―เมืองโคยะเป็นสถานที่แบบไหน?

ที่เมืองโคยะมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนาญี่ปุ่น “เขาโคยะซัง” ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 1200 ปี “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางแสวงบุญในเทือกเขาคิอิ” ของเขาโคยะซังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีค.ศ. 2004 เช่นเดียวกับภูเขาโยชิโนะ นอกจากผู้ศรัทธาจำนวนมากแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมายเดินทางมาสักการะค่ะ

นอกจากจะมีวัดต่างๆ เรียงรายกันที่ยอดเขา เช่น วัดคงโกบุจิ ที่เป็นศูนย์กลางแล้ว ยังมีชุคุโบ (วัดที่มีที่พักอยู่ด้วย) ให้เลือกได้มากมายตามความชอบ เช่นวัดที่มีร่องรอยของขนศึกในสมัยเซ็งโงกุ และวัดที่สามารถเพลินเพลินไปกับสวนและอาหารโชจินได้อีกด้วย เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม แนะนำให้เข้านอนเร็วกว่าปกติเพื่อที่จะไปมาเข้าร่วมการทำวัดตอนเช้าของวันถัดไปค่ะ

เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จ เราก็เดินทางออกจากชุคุโบตอนประมาณ 9 โมง และมุ่งหน้าไปยังร้านฮามาดะยะ ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 100 ปีทันที เพราะได้ยินมาว่าเต้าหู้งาจะหมดตั้งแต่ตอนเที่ยงค่ะ นอกจากจะได้ทานอาหารโชจินแล้ว หากได้ทานเต้าหู้งาที่มีโปรตีน แร่ธาตุ และวิตามินต่างๆ แล้วละก็ จะรู้สึกเหมือนได้ทำความสะอาดทั้งร่างกายเลยค่ะ

📍ร้านฮามาดะยะ

ที่อยู่: 444 Koyasan, Koya-cho, Ito-gun, Wakayama Prefecture
เวลาทำการ: 09.00 – 17.00 (ปิดร้านเมื่อสินค้าหมด)


❗🚇
ตั๋วสุดคุ้มสำหรับการเดินทางไปเที่ยวภูมิภาคคันไซ

ตั๋ว/บัตรโดยสารรถไฟสุดคุ้มที่ขาดไม่ได้สำหรับการเดินทางในคันไซ รายละเอียดมีอธิบายไว้ในแต่ละบทความและหน้าแรกค่ะ อย่าลืมเปิดเช็คดูนะคะ!

คลิกเพื่อดูบทความ
คลิกเพื่อดูบทความ
คลิกเพื่อดูบทความ

Latest Contents

KTIC Banner

เที่ยว Kansai อย่างมั่นใจไปกับ KTIC
สอบถามข้อมูลท่องเที่ยว / PASS / WIFI / Day Tour
Kansai International Airport (KIX) T1
Open Everyday 9.30 – 17.30
Kyoto Tower 3F
Open Everyday 10.00 – 17.00

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *